พิธีเปิดโครงการ AI-Powered Startup มหาวิทยาลัยสยาม โดย อธิการบดี

อธิการบดี ม.สยาม เปิดโครงการ AI-Powered Startup ติวเข้มบุคลากรเปลี่ยนงานวิจัยสู่นวัตกรรมเชิงพาณิชย์

เดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ โครงการ AI-Powered Startup มหาวิทยาลัยสยาม จัดพิธีเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ นักวิจัย และบุคลากร ภายใต้ชื่อหลักสูตร “AI-Powered Startup: From Research & Expertise to Startup Innovation” เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ภาควิชาวิทยาการข้อมูลและคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการฐานเทคโนโลยี (Tech-based Entrepreneur) ยุคใหม่

ในพิธีเปิดครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวต้อนรับและมอบโอวาทสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้เข้ารอบรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการต่อยอดองค์ความรู้และงานวิจัยทางการศึกษา ให้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

💡 เปลี่ยน “งานวิจัย” เป็น “คุณค่าเชิงพาณิชย์” ด้วยเทคโนโลยี AI

การจัดโครงการ AI-Powered Startup มหาวิทยาลัยสยาม ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “From Research & Expertise to AI-Powered Startup” โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมให้บุคลากรทางการศึกษาสามารถนำความเชี่ยวชาญและงานวิจัย มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครื่องมือดิจิทัล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ตลาดจริง

การอบรมเข้มข้นตลอดระยะเวลา 5 วัน ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญในการสร้างสตาร์ทอัพอย่างครบวงจร ได้แก่:

  • Entrepreneurial Mindset & Market Discovery: การสร้างแนวคิดผู้ประกอบการและการค้นหาโอกาสทางธุรกิจ
  • Business Model & Validation: การวิเคราะห์ ตรวจสอบตลาด และออกแบบโมเดลธุรกิจ
  • MVP Development with AI: การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (MVP) ด้วยเครื่องมือ AI และ Digital Tools
  • Go-to-Market Strategy & Demo Day: การวางกลยุทธ์นำสินค้าเข้าสู่ตลาด และการฝึกนำเสนอผลงานต่อผู้เชี่ยวชาญ

🚀 ยกระดับศักยภาพบุคลากรสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

โครงการนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยสยาม ในการบ่มเพาะบุคลากรให้มีศักยภาพสูง ยึดมั่นในการเปลี่ยน “ความรู้” ให้เป็น “นวัตกรรม” และเปลี่ยน “งานวิจัย” ให้กลายเป็น “ธุรกิจสตาร์ทอัพ” ที่มีศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต