About Us

มหาวิทยาลัยสยาม : มหาวิทยาลัยเพื่อความยั่งยืน

มหาวิทยาลัยสยาม เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 1 ใน 5 สถาบันแรกของประเทศไทย ได้เปิดทำการสอนขึ้นในปี พ.ศ. 2508 และได้สถาปนาอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2516 โดยอาจารย์ ดร.ณรงค์ มงคลวนิช ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 ได้เปลี่ยนสถานภาพเป็น "มหาวิทยาลัยเทคนิคสยาม" และเปลี่ยนชื่อเป็น "มหาวิทยาลัยสยาม" ในลำดับต่อมา โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยสยามมีสถานะเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มี พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นนายกสภามหาวิทยาลัย และ ดร.พรชัย มงคลวนิช เป็นอธิการบดี

มหาวิทยาลัยสยาม ติดอันดับ TOP 3 มหาวิทยาลัยเอกชนเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย อันดับ 7 ของไทย และอันดับที่ 162 ของมหาวิทยาลัย 1437 แห่งทั่วโลก จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยยั่งยืนของ UI GreenMetric ประจำปี 2018

มหาวิทยาลัยสยาม ให้ความสำคัญในบริบทของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในสถาบันการศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีการประยุกต์แนวคิดของการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่นโยบายการบริหาร และกิจกรรมการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพขององค์ความรู้ และบัณฑิตที่ถูกผลิตจากสถาบัน เพราะเราเชื่อว่าสถาบันการศึกษาเป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ และบุคลากรที่จะออกสู่ชุมชน และสังคม ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้ จะสร้างความตระหนักรู้ และก่อให้เกิดการประยุกต์ใช้งานที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน สังคม ประเทศชาติ และโลก

ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยสยามมีนักศึกษารวมกว่า 12,000 คน มีนักศึกษานานาชาติกว่า 500 คนจากกว่า 50ประเทศทั่วโลก ดำเนินการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ทั้งหลักสูตรภาษาไทยและหลักสูตรนานาชาติ รวมทั้งสิ้นกว่า 50 หลักสูตร โดยแบ่งออกเป็น 13 คณะ คือ คณะบริหารธุรกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง คณะแพทยศาสตร์ และบัณฑิตวิทยาลัย ได้ผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้สังคมแล้วกว่า 90,000 คน

มหาวิทยาลัยมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ส่งเสริมและเผยแพร่แนวคิดการพัฒนาความยั่งยืนนี้ ไม่เพียงในสถาบันการศึกษาเท่านั้น ยังได้ทำงานในโครงการต่างๆ ร่วมกับเขตภาษีเจริญ องค์กรเอกชน หน่วยงานของรัฐอื่นๆ โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชนในท้องถิ่นให้ความร่วมมือ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของสหประชาชาติ ในการพัฒนาความยั่งยืนไปด้วยกัน